You are currently viewing ความคลาสสิคของภาพยนตร์ ที่แตกต่างจากละครทีวี

ความคลาสสิคของภาพยนตร์ ที่แตกต่างจากละครทีวี

  • Post author:
  • Post category:Blog

ในช่วงเวลานี้ที่เรามีเวลาอยู่บ้านมากกว่าเวลาออกไปข้างนอกดังนั้นกิจกรรมที่เราจะทำในตอนที่เราอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนนั้นจึงมีกิจกรรมไม่หลากหลายเท่าไหร่นักกิจกรรมเดิมๆที่เรามักจะทำซ้ำๆอยู่ไม่กี่อย่างเพื่อแก้เบื่อหนึ่งในนั้นก็คือการดูทีวีดูหนังและดูภาพยนตร์นั่นเองย้อนกลับไปในช่วงที่ยังไม่มีการแพทยระบาดของไวรัสโคโรนาหรือ โควิด-19 เวลาที่มีภาพยนตร์ออกใหม่เราก็มักจะ เดินทางไปดูในโรงภาพยนตร์เพราะมีจอที่ใหญ่และให้บรรยากาศที่แตกต่างจากการดูหนังดูละครที่บ้านโดยสิ้นเชิงเลยทีเดียวนอกจากเรื่องของสถานที่ที่แตกต่างกันแล้วนั้นแม้เราจะดูอยู่ที่บ้านแต่ก็มีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างภาพยนตร์กับละครและซีรีต่างๆเนื่องจากหากพูดถึง ความคลาสสิคของภาพยนตร์ แล้วนั้น ยากที่จะมีอย่างอื่นมาเลียนแบบได้

ความคลาสสิคของภาพยนตร์ คืออะไร

พูดถึงความคลาสสิกของภาพยนต์แล้วนั้น หากไม่นับความรู้สึกและบรรยากาศที่เราได้ดูภาพยนตร์จากในโลมพูดถึงแค่ในแง่ของเนื้อเรื่องภาพยนตร์ก็ยังมีความแตกต่างจากละครและซีรีอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากภาพยนตร์นั้นจะต้องถ่ายทอดเรื่องราวและสื่อสารออกมาให้เราเข้าใจถึงเรื่องราวต่างๆภายในระยะเวลาอันสั้นแค่เราราว 1 ชั่วโมงครึ่งไม่เกิน 3 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นเรื่องราวต่างๆจึงมีการวางโครงเรื่องพี่ต้องสรุปจบภายในเวลาอันจำกัดทำให้ตลอดช่วงระยะเวลาที่เราดูหนังนั้นเราจะเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายที่ได้รับจากการรับชมภาพยนตร์นั้นและทุกอย่างอัดแน่นอยู่ในระยะเวลาเพียงเท่านี้ทำให้เรารู้สึกฟินและเต็มอิ่มเวลาพี่ได้ดูภาพยนตร์เหล่านี้ และแน่นอนว่าเราสามารถเลือกแนวของภาพยนตร์ได้หลากหลายตามที่เราต้องการอยากจะดู

แต่ละอย่างก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง

แม้เราจะพูดว่าภาพยนตร์นั้นมีความคลาสสิคและมีเสน่ห์ในตัวของมันเองแต่ก็ไม่ใช่ว่าละครและซีรีจะไม่ดีเนื่องจากเป็นคนละรูปแบบกันจึงมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปเพราะพยนต์นั้นจะสรุปจบและอัดทุกอย่างในระยะเวลาที่จำกัด แต่ละครและซีรีนั้นจะเป็นรูปแบบของการแสดงที่ชวนติดตามทำให้เราอยากติดตามดูตอนต่อไปไปเรื่อยเรื่อยและมีความยาวหลายตอนกว่าพี่จะจบเรื่องแบบบริบูรณ์จึงทำให้เราอินกับละครและซีรีเหล่านี้ค่อนข้างมากเนื่องจากเราต้องใช้เวลาในการซึมซับและรับรู้เรื่องราวต่างๆตามระยะเวลาที่ตัวเอกของเรื่องได้เผชิญ และละครหรือซีรีต่างๆเหล่านี้ยังสามารถต่อเรื่องราวเล่าเรื่องไปได้อีกหลายตอนหลายภาคขึ้นอยู่กับผู้กำกับว่าจะให้เรื่องจบเมื่อไหร่บางเรื่องพี่มีผลตอบรับจากคนโดดีอาจจะ มีการทำภาคต่อให้คนดูติดตามไปเรื่อยเรื่อยหลายต่อหลายซีซั่นได้